บทที่ 5 การเปิดเผยแผนการ

มาลินีเอนกายอยู่ในอ้อมกอดของแคมป์ ท่าทางของเธอดูราวกับดอกบัวขาวที่บริสุทธิ์และเปราะบาง เธอทอดสายตามองพันดาวด้วยสายตาเจ็บปวด "ดาว ถ้าเธอชอบแคมป์ ทำไมไม่บอกฉันตรง ๆ ฉันพร้อมจะหลีกทางให้เธอเสมอ แต่ทำไมเธอถึงต้องใช้วิธีการแบบนี้เพื่อได้แคมป์มา? ฉันผิดหวังในตัวเธอมาก"

"พี่มาลินี เรื่องนี้ฉันไม่ได้..."

"ถ้าไม่ใช่เธอแล้วจะเป็นใคร?!"

บอนซ์แผดเสียงก้องพร้อมกับเงื้อเก้าอี้ในห้องพักฟื้นขึ้นหมายจะฟาดลงมา พันดาวสะดุ้งสุดตัว เธอหดตัวหนีด้วยความหวาดกลัว สองมือยกขึ้นกุมท้องน้อยตามสัญชาตญาณเพื่อปกป้องชีวิตน้อย ๆ ที่อยู่ข้างใน

"ยังไม่ไปอีกเหรอ? อยากถูกตีตายอยู่ที่นี่รึไง?" เสียงเย็นชาของแคมป์ดังขึ้นในวินาทีนั้น

บอนซ์ชะงักมือทันควัน ทำให้พันดาวรอดพ้นจากการถูกทำร้ายมาได้อย่างหวุดหวิด

พันดาวถูกตีจนเจ็บปวดไปทั้งตัว ในหัวก้องกังวานด้วยเสียงด่าทอแสบหูของลัลนา มุมสายตาเหลือบเห็นภาพบาดตาที่แคมป์กำลังกอดมาลินีอย่างทะนุถนอม ความเจ็บปวดรวดร้าวแล่นพล่านไปทั้งกายและใจจนแทบจะยืนไม่อยู่

เธอรีบหนีออกจากโรงพยาบาลมุ่งหน้าไปยังแผนกฉุกเฉิน เพียงเพื่อหวังว่าจะใช้ความเงียบสงบช่วยจัดระเบียบความคิดของตัวเอง

หลังจากการพันแผลเสร็จสิ้น แม้ความเจ็บปวดทางร่างกายจะเริ่มทุเลาลงบ้าง แต่ความร้าวรานในใจกลับยิ่งหนักหน่วงขึ้นเป็นทวีคูณ

เธอเดินออกจากห้องฉุกเฉินตรงไปยังห้องน้ำ ทว่าจังหวะที่เดินผ่านห้องแยก เธอกลับได้ยินเสียงสนทนาแผ่วเบาดังลอดออกมา เสียงเบามากแต่กลับทรงพลังพอที่จะทำให้ฝีเท้าของเธอหยุดชะงักลงโดยไม่รู้ตัว

"หึ! คืนนั้นถ้าฉันไม่เดินผิดห้อง คนที่ได้ปรนนิบัติแคมป์ในคืนอันแสนหวานคือฉัน! ไม่ใช่ใยเด็กนั่น ทำไมฉันต้องยอมสละผลประโยชน์ให้กับไอ้ชาวบ้านชั้นต่ำนั่นด้วย! แค่นึกภาพว่าแคมป์ต้องไปเกลือกกลั้วกับยัยนั่น ฉันก็รู้สึกขยะแขยงจนทนไม่ได้แล้ว!" เสียงของมาลินีที่ดังออกมาจากในห้องเต็มไปด้วยความเกลี้ยวกลาดและไม่ยอมรับ

ชาวบ้านชั้นต่ำอย่างนั้นเหรอ?

นี่มาลินีหมายถึงเธอ...อย่างนั้นใช่ไหม?

พันดาวพยายามบังคับลมหายใจ ยืนนิ่งงันเพื่อฟังบทสนทนาต่อไป

"น่าโมโหที่สุด!ทั้งที่ฉันวางแผนมาอย่างรอบคอบแท้ ๆ ฉันตั้งใจจะมอมเหล้าแคมป์ แล้วกะจะเรียกนักข่าวมาทำข่าวเปิดห้องในเช้าวันรุ่งขึ้น เพื่อให้ตาแก่ตระกูลผลิพัฒน์ยอมรับฉันเข้าบ้าน ไม่คิดว่าฉันจะดูเลขห้องผิด จนต้องพลาดไปนอนกับไอ้ขอทานเหม็น ๆ ส่วนความโชคดีทั้งหมดกลับตกเป็นของนังนกป่าอย่างพันดาว!"

"ใจเย็นน่า ยังไงในใจแคมป์ก็มีแต่เธอ" ลัลนาหัวเราะในลำคอด้วยน้ำเสียงเย็นชา "ถ้าไม่ใช่เพราะไขกระดูกของยัยนั่นมันเข้ากับเธอได้ เราก็ไม่มีทางรับเลี้ยงเธอมาตั้งแต่แรกหรอก เป็นแค่เด็กกำพร้าไร้หัวนอนปลายเท้า กล้าดียังไงมาแย่งผู้ชายกับเธอ"

พันดาวที่ยืนฟังจากข้างนอกตกใจจนนิ่งงันไปในทันที หัวใจของเธอเย็นเฉียบราวกับถูกแช่แข็ง เธอประหลาดใจเป็นอย่างมาก ย้อนนึกถึงภาพความทรงจำในคืนอันแสนทรมานนั้นขึ้นมาในใจ เธออยากฟังต่อไป แต่ความกลัวที่ควบคุมไม่ได้ทำให้ร่างกายหนักอึ้งจนขยับเขยื้อนไม่ได้

"ฉันจะต้องทำให้แคมป์หย่ากับเธอ!" เสียงของมาลินีเต็มไปด้วยความอาฆาตและริษยา

"มาลินี เธอต้องใจเย็นกว่านี้" ลัลนาเอ่ยน้ำเสียงอ่อนลงแต่แฝงความร้ายกาจ "เรายังมีเวลาอีกมาก ไม่ช้าก็เร็วจะทำให้เธอสูญเสียทุกอย่าง เธอดูท่าทีของแคมป์ที่มีต่อพันดาวเมื่อกี้สิ เขาเกลียดเธอจะตายไป ที่เขายอมแต่งงานด้วยก็เพราะถูกคุณปู่บังคับเท่านั้นแหละ ทันทีที่มีโอกาส แคมป์จะหย่าแน่นอน แล้วถึงตอนนั้นเขาก็จะแต่งงานรับเธอเข้าบ้านอย่างสมเกียรติ"

"ใช่ ฉันจะทำให้ยัยนั่นเข้าใจว่า คนเดียวที่มีสิทธิ์ในตัวแคมป์คือฉันคนเดียวเท่านั้น" น้ำเสียงของมาลินีเต็มไปด้วยความมั่นใจและถือดี

หัวใจของพันดาวเหมือนถูกลิ่มน้ำแข็งแหลมคมทิ่มแทงซ้ำ ๆ เธอสดับฟังทุกถ้อยคำอย่างไม่อยากเชื่อหู มือทั้งสองข้างกำแน่นโดยไม่รู้ตัว ความโกรธแค้นและภาวะอึ้งตะลึงพุ่งขึ้นมาจนจุกอก เธอเพิ่งรู้ในตอนนี้เองว่า เธอเป็นเพียง 'เหยื่อ' ในเกมของผู้หญิงพวกนี้ ความรู้สึกที่เธอพึ่งพา บัดนี้กลับกลายเป็นเรื่องไร้สาระและน่าสมเพชสิ้นดี

ไม่ว่าจะเป็นความอบอุ่นจากครอบครัว หรือความรักจากชายหนุ่ม ทั้งหมดล้วนเป็นการคำนวณของคนอื่น

ส่วนเธอ ตลอดมาเป็นได้แค่หมากที่รอวันถูกเขี่ยทิ้งเสมอ

"อ้อ มาลินี" เสียงของลัลนาดังขึ้นอีกครั้ง "เดี๋ยวเธอโทรหาแคมป์ บอกเขาว่า หลังจากที่เขาไป พันดาวก็มาอาละวาดตบตีเธอที่โรงพยาบาลอีก ต้องทำให้แคมป์เจ็บใจและโกรธแค้นเพื่อเธอ เธอถึงจะกุมหัวใจเขาไว้ได้อยู่หมัด และได้ตำแหน่งนายหญิงของบ้านมาครองอย่างสง่างาม"

พันดาวรู้สึกหน้ามืดจนโลกทั้งใบหมุนคว้าง ความเจ็บปวดและสิ้นหวังโหมกระหน่ำเข้าใส่จนเธอแทบจะทรงตัวไม่อยู่

น้ำตาคลอเบ้าตา หัวใจเต็มไปด้วยความโกรธ

เมื่อคนตระกูลแจ่มสว่างไม่แคร์ เธอก็ไม่จำเป็นต้องแยแสความรักจอมปลอมจากครอบครัวนี้อีกต่อไป ในเมื่อไม่มีอะไรต้องกังวล พันดาวจึงตัดสินใจก้าวออกจากที่ซ่อน เดินตรงเข้าไปประจันหน้ากับมาลินี พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่น "ตราบใดที่ฉันยังมีลมหายใจอยู่แม้เพียงวันเดียว ตำแหน่งนายหญิงแห่งตระกูลผลิพัฒน์จะไม่มีวันเป็นของเธอมาลินี!"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป